Loading…
Image of a mountains and sea

Life Value (The End)

อะไรที่ทำให้ชีวิตมีคุณค่า ( ตอนจบ )

"สิ่งที่นับได้ ก็ใช่จะมีค่าไปเสียทุกอย่าง และสิ่งที่มีค่า ก็ใช่จะนับได้เสียทุกอย่างเช่นกัน”

ชิพ คอนลี เป็นเจ้าของกิจการโรงแรม ช่วงที่ฟองสบู่แตก เขาได้มุ่งหน้าแสวงหาโมเดลธุรกิจที่มีพื้นฐานบนความสุข ด้วยมิตรภาพเก่าแก่ของเขากับลูกจ้างคนหนึ่ง และจากปรัชญาของกษัตริย์ของภูฎาน ชิพได้เรียนรู้ว่าความสำเร็จที่แท้ ขึ้นอยู่กับว่าคุณให้คุณค่ากับอะไร

ย้อนกลับไปในวันที่ชิพต้องการคำตอบในเรื่องคุณค่าของการมีชีวิต และอะไรที่เป็นตัวชี้วัดได้ มีอะไรไหมที่จะช่วยแสดงเป็นผลชี้วัดคุณค่าของชีวิตเพื่อที่เขาจะได้อธิบายให้กับผู้นำคนอื่น ๆ ที่ยังไม่ให้ความสำคัญกับสิ่งที่เขาได้มีการพัฒนารูปแบบบริหารจนประสบความสำเร็จ เขาตัดสินใจเดินทางไปยังประเทศภูฏานเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ เพื่อไปหาคำตอบในเรื่องนี้

เขาทราบมาว่ากษัตริย์หนุ่มแห่งภูฏานก็ทรงเป็นคนช่างสงสัยเหมือนกัน แต่ย้อนไปตั้งแต่ปี 1972 ปีที่ท่านขึ้นครองราชย์ สองวันหลังจากพระบิดาของท่านเสด็จสวรรคต ตอนพระชนมายุ 17 พรรษา ท่านได้เริ่มตั้งคำถาม ที่คุณอาจจะคาดว่าจะได้ยินจากคนที่มีความคิดอ่อนหัด

.........................

ครั้งหนึ่ง ท่านเสด็จอินเดีย ตอนที่เพิ่งครองราชย์ใหม่ ๆ มีนักหนังสือพิมพ์ชาวอินเดียถามท่าน เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) ของภูฏาน คือถามถึงตัวเลข GDP ของภูฏาน ท่านให้คำตอบชนิดที่ มีผลปฏิรูปความคิดของเราในสี่ทศวรรษต่อมาเลย ท่านตอบว่า "ทำไมเราถึงหมกมุ่นกันนัก กับผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ ทำไมเราไม่หันมาสนใจ ความสุขมวลรวมประชาติให้มากขึ้น?

กษัตริย์ภูฏานท่านเรียกร้องให้เราพิจารณา นิยามใหม่ของความสำเร็จ สิ่งที่ต่อมาเรารู้จักกันในชื่อ GNH หรือความสุขมวลรวมประชาชาติ ผู้นำส่วนใหญ่ในโลกไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้ ส่วนที่สนใจก็คิดว่ามันเป็นแค่เศรษฐศาสตร์เชิงพุทธ แต่กษัตริย์ภูฏานท่านจริงจังกับเรื่องนี้ และนี่เป็นวาระสำคัญอันหนึ่ง เพราะนี่เป็นครั้งแรก ในรอบเกือบ 200 ปี ที่ผู้นำระดับโลกกล่าวถึง ความสุขที่ไม่อาจจับต้องมองเห็นได้ เมื่อ 200 ปีก่อน ก็มีผู้นำอย่างโธมัส เจฟเฟอร์สัน ซึ่งเป็นผู้ประกาศอิสรภาพของอเมริกา และสองร้อยปีต่อมา กษัตริย์ภูฏานก็ได้กล่าวว่าความสุขที่ไม่อาจจับต้องมองเห็นได้ คือสิ่งที่เราควรจะวัด และให้คุณค่า ในฐานะที่เราเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตลอดระยะเวลาสามสิบกว่าปีที่ท่านครองราชย์ กษัตริย์พระองค์นี้ก็ทรงเริ่มวัดความสุขของประชาชน และบริหารประเทศภูฏานโดยตั้งอยู่บนพี้นฐานของความสุข

นอกจากนี้ เป้าหมายของภูฏานไม่ใช่การสร้างความสุข แต่พวกเขาสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้ความสุขเกิดขึ้นได้ พูดอีกอย่างคือ เขาสร้างบ้านให้ความสุข โดยคณะผู้ทำงานในประเทศภูฎานยังบอกว่ามีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มารองรับศิลปะการสร้างบ้านที่ว่าเขาสร้างเสาสี่ต้น เก้าตัวชี้วัดหลัก และตัวเลข 72 ตัว ที่ใช้ในการวัดความสุขมวลรวมประชาติ ที่จริง หนึ่งในตัวชี้วัดหลักคือ คนภูฏานรู้สึกอย่างไร กับการใช้เวลาของตัวเองในแต่ละวัน คุณรู้สึกอย่างไร กับการใช้เวลาของตัวเองไปกับเรื่องต่างๆ ในแต่ละวัน?" เวลาเป็นทรัพยากรที่มีจำกัดที่สุด ในโลกสมัยใหม่ ทั้งที่เป็นอย่างนี้ ข้อมูลชิ้นเล็กๆ ที่ไม่อาจจับต้องมองเห็นได้นี้ ก็ไม่ได้ถูกนำไปคำนวณใน GDP

.........................

เมื่อปี 1954 แรบไบ ไฮแมน แชคเทลได้เขียนหนังสือเรื่อง "ความสุขที่แท้ในการใช้ชีวิต" ท่านกล่าวว่า ความสุขนั้น ไม่ได้มาจากการมีสิ่งที่คุณพอใจและอยากจะได้ แต่มาจากการพอใจในสิ่งที่คุณมี พูดอีกอย่างหนึ่ง คือคนภูฏานเชื่อว่า ความสุขคือการพึงพอใจในสิ่งที่คุณมี นั่นคือความรู้สึกขอบคุณหรือกตัญญูต่อสิ่งต่างๆ หารด้วยการมีสิ่งที่คุณต้องการ นั่นคือการได้รับการตอบสนองความพึงพอใจ คนภูฏานไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่บนความทะเยอทะยาน มุ่งแสวงหาสิ่งที่ตัวเองยังไม่มีอยู่ตลอดเวลา ศาสนาและความสันโดษของคนภูฏาน ความเคารพอย่างลึกซึ้งต่อวัฒนธรรมของตัวเอง

ชีพใช้เวลาเรียนรู้การทำงานของหนึ่งสัปดาห์บนเขาหิมาลัยและได้เรียนรู้การทำงานของคณะการทำงานของประเทศภูฎานที่น่าทึ่ง และเข้าใจถึงสิ่งที่เขาพยายามจะหาคำตอบ เขาเล่าว่าในสมัยเรียนปริญญาตรีเขาก็เป็นนักศึกษาวิชาเอกเศรษฐศาสตร์ที่ขี้สงสัยด้วย เขาเรียนมาว่านักเศรษฐศาสตร์วัดทุกอย่าง ในรูปของหน่วยผลผลิตและการบริโภคที่จับต้องมองเห็นได้ ราวกับว่าหน่วยวัดเหล่านั้น มันเหมือนกันเลย แต่มันไม่เหมือนนะ

.........................

ที่จริง ในฐานะผู้นำ สิ่งที่เราต้องเรียนรู้ ก็คือ เราสามารถส่งอิทธิพลต่อ คุณภาพของหน่วยผลผลิตนั้นได้ โดยการสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงาน ที่เอื้อให้พนักงานของเราได้ใช้ชีวิตเพื่อทำสิ่งที่เขามุ่งมั่น และที่จริง ในกรณีของวิเวียน หน่วยผลผลิตของเธอ( ซึ่งได้เล่าเรื่องราวของเธอคร่าว ๆ ไปแล้วในบทความก่อนหน้า) ไม่ใช่จำนวนชั่วโมงที่เธอทำงาน แต่เป็นความแตกต่างที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาที่เธอสร้างขึ้น ภายในหนึ่งชั่วโมงที่เธอทำงาน

แขกเก่าแก่หลายท่านที่วิเวียนทำงาน เขาเข้าพักที่นั่นเป็นร้อยครั้งแล้วภายใน 20 ปีที่ผ่านมา ที่เขาภักดีเหนียวแน่นกับโรงแรมก็เพราะความสัมพันธ์ ที่วิเวียนและเพื่อนร่วมงานของเธอได้สร้างขึ้นกับเขา พวกเขาได้สร้างบ้านของความสุข แขกบอกกับเขาเสมอว่า เขาสามารถไว้วางใจ ในตัววิเวียนและพนักงานที่นั่นได้ ว่าจะทำให้เขารู้สึกเหมือนอยู่บ้าน สิ่งที่ชิพ คอนลีนแนะนำแก่ผู้บริหารคือ “แล้วทำไม ผู้นำทางธุรกิจและนักลงทุน จึงไม่ค่อยเห็นความเชื่อมโยง ระหว่างการสร้างสิ่งที่ไม่อาจจับต้องมองเห็นได้ด้วยตา อย่างความสุขของพนักงาน กับการสร้างผลประโยชน์ที่จับต้องได้ อย่างกำไรในธุรกิจของเขา เราไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างการสร้างแรงบันดาลใจให้พนักงานกับกำไรก้อนใหญ่ เราสามารถมีได้ทั้งสองอย่าง และที่จริง พนักงานที่มีแรงบันดาลใจ ก็มักจะช่วยทำกำไรก้อนใหญ่ให้เราด้วย”

ดังนั้น สิ่งที่โลกเราต้องการในขณะนี้ ก็คือผู้นำทางธุรกิจและผู้นำทางการเมือง ที่รู้ว่าควรจะนับอะไร เรานับตัวเลข เราไว้วางใจคนอื่น สิ่งที่มีคุณค่าอย่างแท้จริงก็คือเมื่อเราใช้ตัวเลขที่เรามี เพื่อทำความเข้าใจและเอาใจใส่คนของเราอย่างแท้จริง

TO THE TOP CLUB
https://www.facebook.com/influentialleaderclub/

Call Now Button089-626-9635